มัฟฟินบลูเบอร์รี่
ที่มาของสูตรอาหาร
มัฟฟินเป็นเค้กชิ้นเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นครั้งแรกในอาหารอังกฤษ แต่ต่อมากลายเป็นอาหารหลักในสหรัฐอเมริกา ชื่อนี้อาจมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า "moufflet" ซึ่งหมายถึง "ขนมปังนุ่ม" มัฟฟินมีขนาดเล็กพอดีมือ โดยทั่วไปจะใส่ไส้ด้วยเบอร์รี่ ถั่ว ผลไม้ หรือช็อกโกแลต ลองทานมัฟฟินกับบลูเบอร์รี่หอมๆ ที่ดีต่อสุขภาพดูสิ
คุณต้องใช้อะไรบ้างในการทำอาหาร?
วัตถุดิบ
-
แป้ง
-
เบกกิ้งโซดา
-
ผงฟู
-
เกลือ
-
น้ำตาล
-
ไข่
-
น้ำนม
-
น้ำมันพืช
-
สารสกัดวานิลลา
-
เปลือกมะนาว
การเติม
-
บลูเบอร์รี่
-
น้ำตาลไอซิ่ง
การโรย
-
แป้ง
-
น้ำตาล
-
เนย
อุปกรณ์ครัว
- ชาม
- ปัด
- เครื่องปั่น
- ที่ขูด
- แม่พิมพ์กระดาษ
สูตรอาหารทีละขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1:
ใส่แป้งลงในชาม เติมผงฟู เบกกิ้งโซดา เกลือ แล้วคนให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 2:
เทน้ำตาลลงในชามสะอาด ขูดเปลือกมะนาว แล้วคนให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 3:
ใส่ไข่ไก่ 2 ฟองลงในน้ำตาล แล้วตีด้วยตะกร้อจนขึ้นฟองเล็กน้อย
ขั้นตอนที่ 4:
ใส่สารสกัดวานิลลา นม และน้ำมันพืชลงไป คนให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 5:
เทส่วนผสมแห้งลงในส่วนผสมที่ได้ คนให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 6:
ใส่บลูเบอร์รี่ลงในชามแห้ง โรยด้วยแป้งหนึ่งช้อนโต๊ะ แล้วคลุกบลูเบอร์รี่ให้ทั่ว
ขั้นตอนที่ 7:
ใส่บลูเบอร์รี่ลงในแป้ง แล้วคนให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 8:
เทส่วนผสมลงในถ้วยกระดาษสำหรับทำมัฟฟิน
ขั้นตอนที่ 9:
นำเนยเย็นที่หั่นเป็นก้อนเล็กๆ ใส่ลงในชามสะอาด
ขั้นตอนที่ 10:
โรยเนยด้วยน้ำตาล 50 กรัม ใส่แป้ง 42 กรัม แล้วผสมให้เข้ากัน บดให้เป็นเกล็ด
ขั้นตอนที่ 11:
โรยเกล็ดขนมปังลงบนมัฟฟิน แล้วนำเข้าอบประมาณ 20-25 นาที ที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส
เคล็ดลับการทำอาหาร
แทนที่จะใช้นม คุณสามารถใช้นมเปรี้ยวหรือเคเฟอร์แทนได้ ซึ่งจะทำให้มัฟฟินนุ่มฟูและอร่อยยิ่งขึ้น
ในการตีเนยกับแป้งและน้ำตาลให้เข้ากัน คุณสามารถใช้เครื่องปั่นคุกกี้แบบมือถือปั่นก่อน จากนั้นใช้มือขยี้ส่วนผสมให้เข้ากัน หรืออีกวิธีหนึ่ง คุณสามารถใช้ส้อมขนาดใหญ่ก็ได้
