ไวน์ร้อนผสมไวน์แดงแห้ง
ที่มาของสูตรอาหาร
เรื่องราวแรกเริ่มเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่คล้ายกับไวน์ร้อนนั้นมาจากสมัยโรมันโบราณ ชาวโรมันผสมไวน์กับเครื่องเทศเพื่อพยายามปรับปรุงรสชาติ แต่ไม่ได้ให้ความร้อน ซึ่งทำให้ไวน์มีกลิ่นหอมละมุนและเก็บรักษาได้นานขึ้น ในยุคกลาง ในประเทศแถบยุโรปที่มีอากาศหนาวเย็น ไวน์เริ่มถูกให้ความร้อนและปรุงรสด้วยเครื่องเทศ "ข่า" (ญาติใกล้ชิดของขิง) ค่อยๆ มีสูตรดั้งเดิมมากมายสำหรับเครื่องดื่มร้อนที่ทำจากไวน์และเครื่องเทศ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นในสภาพอากาศหนาวเย็นและป้องกันหวัด คำว่า "ไวน์ร้อน" ในภาษารัสเซียอาจมีที่มาจากวลีภาษาเยอรมัน "glühender Wein" (ย่อว่า "gluwein") ซึ่งหมายถึงไวน์ร้อน ปัจจุบัน ไวน์ร้อนเป็นเครื่องดื่มดั้งเดิมที่สำคัญในงานเทศกาลต่างๆ ในยุโรป โดยแต่ละประเทศจะมีสูตรไวน์ร้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองตามความชอบด้านอาหารท้องถิ่น
คุณต้องใช้อะไรบ้างในการทำอาหาร?
วัตถุดิบ
-
ไวน์แดงแห้ง
-
น้ำ
-
ดอกคาร์เนชั่น
-
อบเชย
-
โป๊ยกั๊ก
-
แอปเปิล
-
มะนาว
-
ส้ม
-
น้ำผึ้ง
อุปกรณ์ครัว
- มีด
- กระดาน
- ช้อน
- หม้อ
ดื่มด่ำกับความอบอุ่นสบายของค่ำคืนฤดูหนาวด้วยไวน์ร้อนหอมกรุ่นที่ทำจากไวน์แดงและเครื่องเทศนานาชนิด
สูตรอาหารทีละขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1:
นำกานพลู อบเชย และโป๊ยกั๊กใส่น้ำแล้วตั้งไฟ
ขั้นตอนที่ 2:
หั่นแอปเปิล ส้ม และมะนาวเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
ขั้นตอนที่ 3:
นำส้มและมะนาวที่หั่นแล้วใส่ลงในน้ำเดือดพร้อมเครื่องเทศ แล้วใช้ที่บดมันฝรั่งบดเบาๆ เพื่อให้น้ำผลไม้ไหลลงไปในน้ำ
ขั้นตอนที่ 4:
ใส่แอปเปิ้ลและน้ำผึ้งลงไป จากนั้นค่อยๆ เทไวน์ลงไป
ขั้นตอนที่ 5:
คนให้เข้ากันและตั้งไฟจนเกือบเดือด แต่อย่าให้เดือดพล่าน
ขั้นตอนที่ 6:
ทิ้งไว้ให้ชงประมาณ 5-10 นาที
ขั้นตอนที่ 7:
เสิร์ฟร้อนๆ ในแก้วสวยๆ
เคล็ดลับการทำอาหาร
การเลือกใช้ผลไม้หรือผลเบอร์รี่เป็นไปตามความเหมาะสม ตราบใดที่ผลไม้เหล่านั้นมีน้ำเยอะและไม่มีแป้งมาก ตัวอย่างเช่น ควรหลีกเลี่ยงกล้วยหรือมะม่วง เพราะจะทำให้เครื่องดื่มขุ่น
ถ้าใช้เครื่องเทศบด ให้กรองไวน์ร้อนผ่านตะแกรงละเอียดก่อนเสิร์ฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ผงเครื่องเทศลอยอยู่ในแก้วและติดลิ้น
การใส่ลูกจันทน์เทศขูดลงไปจะทำให้ไวน์ร้อนมีรสชาติที่ดีขึ้นมาก
สำหรับสูตรที่ไม่ใส่แอลกอฮอล์ สามารถใช้น้ำเชอร์รี่หรือน้ำองุ่นแดงแทนไวน์ได้
คุกกี้ขิง สตรูเดลผลไม้ ชีส หรือเนื้อเย็น เข้ากันได้ดีกับไวน์ร้อนในฐานะของว่าง
