แพนเค้กจากแป้งเซโมลินา
ที่มาของสูตรอาหาร
แพนเค้กเซโมลินาเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างแพนเค้กแบบรัสเซียโบราณกับเซโมลินา ซึ่งเริ่มเข้ามาใช้ในการทำอาหารในครัวเรือนในช่วงศตวรรษที่ 20 การเติมเซโมลินาลงในแป้งช่วยให้เนื้อสัมผัสนุ่มฟูและเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่แป้งสาลีหายาก แพนเค้กเหล่านี้มีเนื้อแน่นกว่า แต่กลับนุ่มอย่างเหลือเชื่อและคงความสดใหม่ได้นาน ปัจจุบัน แพนเค้กเซโมลินาเป็นที่ชื่นชอบในเรื่องของเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อนและความหลากหลายในการนำไปใช้ เข้ากันได้ดีกับทั้งไส้หวานและไส้คาว และยังเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับอาหารเช้าที่อิ่มท้องอีกด้วย
คุณต้องใช้อะไรบ้างในการทำอาหาร?
วัตถุดิบ
-
น้ำนม
-
ไข่
-
เซโมลินา
-
แป้งมันฝรั่ง
-
น้ำมันพืช
-
เกลือ
อุปกรณ์ครัว
- ปัด
- สะบัก
- ชามทรงลึก
- กระทะเคลือบสารกันติด
สูตรอาหารทีละขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1:
ในชามขนาดใหญ่ ผสมแป้งเซโมลินา ไข่ แป้งมันฝรั่ง เกลือ และน้ำมันพืชเข้าด้วยกัน
ขั้นตอนที่ 2:
เติมนมลงไปเล็กน้อย แล้วตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนเนียน
ขั้นตอนที่ 3:
เทนมที่เหลือลงไปแล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 4:
คลุมแป้งด้วยแผ่นฟิล์มถนอมอาหารแล้วพักไว้ 20-30 นาที จากนั้นคนให้เข้ากัน
หมายเหตุ: ขณะทอดแพนเค้ก ควรคนส่วนผสมเป็นระยะ เนื่องจากแป้งเซโมลินาจะค่อยๆ ตกตะกอนลงไปด้านล่าง
ขั้นตอนที่ 5:
ตั้งกระทะให้ร้อนแล้วทาน้ำมันพืชลงไป ตักแป้งหนึ่งทัพพีลงในกระทะแล้วเกลี่ยให้ทั่วก้นกระทะอย่างรวดเร็ว โดยเอียงกระทะไปด้วย
ขั้นตอนที่ 6:
ทอดแพนเค้กด้วยไฟปานกลางจนด้านหนึ่งเป็นสีเหลืองทอง
ขั้นตอนที่ 7:
ใช้ตะหลิวพลิกแพนเค้กอย่างระมัดระวัง แล้วทอดอีกด้านหนึ่ง
ขั้นตอนที่ 8:
วางแพนเค้กที่ทำเสร็จแล้วลงบนจาน ทำซ้ำขั้นตอนที่ 5–8 จนกว่าแป้งจะหมด
ขั้นตอนที่ 9:
ตกแต่งแพนเค้กด้วยท็อปปิ้งช็อกโกแลตได้ตามต้องการ
เคล็ดลับการทำอาหาร
เพื่อให้ได้เนื้อแป้งที่เนียนขึ้น ควรร่อนแป้งก่อนนำไปผสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดก้อนแป้ง
อย่าข้ามขั้นตอนการพักแป้ง เพราะจะช่วยให้กลูเตนคลายตัว ทำให้แพนเค้กมีความยืดหยุ่นและไม่ฉีกขาดเมื่อรีด
ถ้าแป้งดูข้นเกินไป สามารถเติมนมลงไปเล็กน้อยได้
เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น คุณสามารถเติมน้ำตาลวานิลลาเล็กน้อยลงในแป้งได้
เลือกใช้กระทะที่เหมาะสม สำหรับแพนเค้กบางๆ กระทะก้นแบนที่มีขอบต่ำจะดีที่สุด
