แพนเค้กยีสต์ทำจากแป้งเซโมลินาและนม
แพนเค้กยีสต์ทำจากแป้งเซโมลินาและนม
หน้าหลัก สูตรอาหารทั้งหมด แพนเค้กยีสต์ทำจากแป้งเซโมลินาและนม

แพนเค้กยีสต์ทำจากแป้งเซโมลินาและนม

ภาพประกอบเมนู: แพนเค้กยีสต์ผสมแป้งเซโมลินาและนม
1 ชั่วโมง
180.0 กิโลแคลอรี
โปรตีน: 4.8 กรัม
ไขมัน: 5.6 กรัม
คาร์โบไฮเดรต: 27.6 กรัม

ที่มาของสูตรอาหาร

แพนเค้กเนื้อนุ่มฟูที่ทำจากนมและเซโมลินา เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างขนมอบแบบดั้งเดิมของรัสเซียและวัตถุดิบราคาประหยัดในยุคโซเวียต เซโมลินาที่เติมลงในแป้งทำให้แพนเค้กมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและหยาบเล็กน้อย อีกทั้งยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้แพนเค้กฟูเป็นพิเศษ แพนเค้กเหล่านี้มักทำรับประทานที่บ้านเป็นอาหารเช้าหรือของว่างยามบ่าย เสิร์ฟพร้อมครีมเปรี้ยว แยม หรือน้ำผึ้ง ปัจจุบัน สูตรนี้ยังคงเป็นที่ชื่นชอบเนื่องจากความเรียบง่าย ราคาไม่แพง และรสชาติที่ชวนให้นึกถึงวัยเด็ก

คุณต้องใช้อะไรบ้างในการทำอาหาร?

วัตถุดิบ

  • เซโมลินา
  • น้ำนม
  • น้ำเดือด
  • แป้ง
  • ไข่
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • ยีสต์แห้ง
  • น้ำมันพืช
  • โซดา
  • น้ำ
  • เนย

อุปกรณ์ครัว

  • มีด
  • กระดาน
  • ช้อน
  • ปัด
  • สะบัก
  • ชามทรงลึก
  • กระทะเคลือบสารกันติด

สูตรทีละขั้นตอน:

ขั้นตอนที่ 1:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 1 เทแป้งเซโมลินาลงในชาม

ขั้นตอนที่ 2:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 2 เทนมร้อนลงไป ผสมให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้ 30 นาทีเพื่อให้เซโมลินาพองตัวเต็มที่

ขั้นตอนที่ 3:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 3 เติมน้ำเดือดลงไปแล้วคนอีกครั้งจนเนียนเข้ากัน

ขั้นตอนที่ 4:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 4 เติมน้ำตาลและเกลือ คนจนละลายหมด

ขั้นตอนที่ 5:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 5 ตีไข่จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

ขั้นตอนที่ 6:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 6 ค่อยๆ ใส่แป้งผ่านตะแกรงลงไปทีละน้อย คนตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน

ขั้นตอนที่ 7:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 7 ใส่ยีสต์แห้งลงไปแล้วคนให้เข้ากันจนกระจายตัวทั่วถึง

ขั้นตอนที่ 8:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 8 ใส่น้ำมันพืชลงไปแล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง – วิธีนี้จะทำให้แพนเค้กมีความยืดหยุ่นและนุ่ม

ขั้นตอนที่ 9:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 9 คลุมชามที่ใส่แป้งด้วยผ้าสะอาด แล้ววางไว้ในที่อุ่นประมาณ 30 นาทีเพื่อให้แป้งขึ้นฟู

ขั้นตอนที่ 10:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 10 ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง แล้วทาน้ำมันพืชบางๆ ให้ทั่วกระทะ

ขั้นตอนที่ 11:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 11 เทส่วนผสมลงในกระทะทีละน้อย แล้วเกลี่ยให้ทั่ว โดยค่อยๆ เขย่ากระทะเบาๆ

ขั้นตอนที่ 12:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 12 ทอดแพนเค้กจนกระทั่งมีฟองอากาศเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนผิวหน้าและผิวสัมผัสไม่มันเงา (เป็นผิวด้าน)

ขั้นตอนที่ 13:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 13 ค่อยๆ พลิกกลับด้านด้วยตะหลิว แล้วทอดต่อจนเป็นสีเหลืองทอง

ขั้นตอนที่ 14:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 14 วางแพนเค้กที่ทำเสร็จแล้วลงบนจานและคลุมด้วยผ้าขนหนูเพื่อรักษาความนุ่ม

ขั้นตอนที่ 15:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 15 ทำซ้ำขั้นตอนที่ 10-14 จนกว่าแป้งจะหมด

ขั้นตอนที่ 16:

แพนเค้กยีสต์จากแป้งเซโมลินาและนม - ขั้นตอนที่ 16 เสิร์ฟแพนเค้กร้อนๆ พร้อมครีมเปรี้ยว แยม น้ำผึ้ง หรือซอสอื่นๆ ตามชอบ

เคล็ดลับการทำอาหาร:

ปล่อยให้แป้งเซโมลินาพองตัว หลังจากใส่แป้งเซโมลินาลงในนมแล้ว ให้ทิ้งส่วนผสมไว้ 30 นาที นี่คือเคล็ดลับที่จะทำให้แพนเค้กมีเนื้อนุ่มฟู

ใช้นมที่อุณหภูมิห้อง นมเย็นจะทำให้แป้งเซโมลินาพองตัวช้าลงและทำให้แป้งไม่เนียน

ใส่เบกกิ้งโซดาเป็นอย่างสุดท้าย (ไม่จำเป็น) ใส่หลังจากที่แป้งเซโมลินาพองตัวแล้ว และคุณได้ใส่ไข่และแป้งลงไปแล้ว

อย่าใช้แป้งเซโมลินาแทนแป้งสาลี แป้งเซโมลินามีบทบาทสำคัญ: มันทำให้แพนเค้กมีเนื้อสัมผัสที่เบาและโครงสร้างที่โปร่ง ซึ่งแป้งสาลีไม่สามารถเลียนแบบได้

ปรุงด้วยไฟปานกลาง ปิดฝา (ไม่จำเป็น) วิธีนี้จะช่วยให้แพนเค้กขึ้นฟูได้ดีขึ้นและสุกทั่วถึง นุ่มและฟู

ควรเสิร์ฟทันทีหลังจากปรุงเสร็จ แพนเค้กเหล่านี้อร่อยเป็นพิเศษเมื่อทานตอนร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมครีมเปรี้ยว แยม น้ำผึ้ง หรือเนยละลายก็ได้

ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความ
แสดงความคิดเห็นของคุณ

คุณอาจสนใจสูตรอาหารเหล่านี้:

สูตร: แพนเค้กแป้งข้าวเจ้า

แพนเค้กแป้งข้าวเจ้า

45 นาที
224.0 กิโลแคลอรี

แพนเค้กแป้งข้าวเจ้าเนื้อบางเบา ปราศจากกลูเตน และทำง่าย เหมาะสำหรับเป็นอาหารเช้าหรืออาหารเย็นเพื่อสุขภาพ

สูตรอาหาร: แพนเค้กราดมายonnaise

แพนเค้กราดมายonnaise

45 นาที
149.0 กิโลแคลอรี

แพนเค้กเนื้อหนานุ่มราดมายองเนส เป็นเมนูอาหารเช้าที่แปลกใหม่แต่ได้ผลดีเยี่ยม หรือจะใช้เป็นฐานสำหรับไส้คาวก็อร่อยไม่แพ้กัน

สูตร: แพนเค้กไร้ไข่ใส่นม

แพนเค้กที่ไม่ใส่ไข่และนม

45 นาที
187.0 กิโลแคลอรี

แพนเค้กไร้ไข่ที่ใช้เพียงนมจะมีเนื้อนุ่ม บาง และเบาอย่างน่าประหลาดใจ อร่อยสมบูรณ์แบบแม้ไม่มีไข่!

สูตรอาหาร: แพนเค้กใส่นมผงและไข่

แพนเค้กใส่นมผงและไข่

45 นาที
227.0 กิโลแคลอรี

แพนเค้กนมผงและไข่เหล่านี้ เนื้อนุ่ม รสชาติอร่อย และทำจากวัตถุดิบที่หาได้ง่าย เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมเมื่อคุณไม่มีนมสด!

สูตร: แพนเค้กเคเฟอร์บางกรอบมีรู

แพนเค้กเคเฟอร์บางๆ มีรูพรุน

45 นาที
148.0 กิโลแคลอรี

แพนเค้กเคเฟอร์บางกรอบ มีรูพรุน นุ่มละมุนลิ้น! เหมาะสำหรับใส่ไส้ทุกชนิด!

สูตรอาหาร: แพนเค้กฟักทอง

แพนเค้กฟักทอง

1 ชั่วโมง 15 นาที
237.0 กิโลแคลอรี

ลองทำแพนเค้กฟักทองดูสิ เนื้อนุ่ม รสชาติอร่อย และน่ารับประทานอย่างเหลือเชื่อ เหมาะสำหรับเป็นอาหารเช้าหรืออาหารเย็น

สูตร: แพนเค้กสำหรับช่วงถือศีลอด ใช้น้ำเปล่า ไม่ใส่ไข่และนม

แพนเค้กช่วงถือศีลอด ทำจากน้ำ ไม่ใส่ไข่หรือนม

40 นาที
222.0 กิโลแคลอรี

ทำแพนเค้กไขมันต่ำด้วยน้ำเปล่า—จะได้แพนเค้กที่นุ่ม ยืดหยุ่น และเหมาะสำหรับมื้อเช้าทุกโอกาส สูตรนี้ทำง่าย ไม่ใส่ไข่หรือนม รับประกันความสำเร็จแม้แต่สำหรับคนที่ไม่เคยทำอาหารมาก่อน เสิร์ฟพร้อมครีมเปรี้ยวหรือแยม

สูตร: แพนเค้กกับนมและน้ำ

แพนเค้กกับนมและน้ำ

45 นาที
227.0 กิโลแคลอรี

ทำแพนเค้กโดยใช้แค่นมและน้ำ จะได้แพนเค้กที่บาง นุ่ม และอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ สูตรนี้ลองทำมาแล้วหลายครั้ง เหมาะสำหรับทานเป็นอาหารเช้าหรืออาหารเย็น

ของหวาน

ซุป

สลัด