ปลาแซลมอนสีชมพูอบในเตาอบ
ที่มาของสูตรอาหาร
ปลาแซลมอนสีชมพูเป็นปลาทะเลในวงศ์ปลาแซลมอน ชื่อของมันมาจากโหนกที่ปรากฏขึ้นบนหลังของตัวผู้ในช่วงฤวางไข่ ปลาแซลมอนสีชมพูอบเป็นอาหารจานพิเศษสำหรับวันหยุด เพราะเนื้อปลาสีแดงนั้นนุ่มและมีรสชาติอร่อยมาก นอกจากนี้ ปลาแซลมอนสีชมพูอบยังทำง่าย แม้แต่คนที่ไม่มีทักษะการทำอาหารก็ทำได้ เนื่องจากขนาดที่ค่อนข้างเล็ก ปลาแซลมอนสีชมพูจึงสามารถใส่ในเตาอบได้ทั้งตัว
คุณต้องใช้อะไรบ้างในการทำอาหาร?
วัตถุดิบ
-
ปลาแซลมอนสีชมพู
-
น้ำมันพืช
-
เกลือ
-
พริกไทยดำป่น
-
เครื่องปรุงรสสำหรับปลา
-
มะนาว
-
หัวหอม
-
ผักใบเขียว (ผักชีลาว, ผักชีฝรั่ง)
-
เนย
-
มะเขือเทศ
อุปกรณ์ครัว
- มีด
- กระดาน
- ชาม
- ถาดอบ
- กระดาษเช็ดมือ
- ฟิล์มถนอมอาหาร
- กรรไกร
- ฟอยล์
สูตรอาหารทีละขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1:
นำโครงปลาแซลมอนสีชมพูที่ควักไส้ออกหมดแล้ว (ไม่รวมหัว) มาล้างและเช็ดความชื้นออก
ขั้นตอนที่ 2:
ใช้กรรไกรตัดครีบและหางออก โดยตัดขวางลำตัว อย่าตัดลึกเกินไป (ประมาณ 5 เซนติเมตรในแต่ละด้าน)
ขั้นตอนที่ 3:
ในชามขนาดเล็ก ผสมน้ำมันพืช เกลือ พริกไทยดำ และเครื่องปรุงรสปลา แล้วคนให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 4:
หั่นมะนาว 2/3 ส่วนเป็นชิ้นบางๆ บีบมะนาวส่วนที่เหลือ 1/3 ลงในชามพร้อมกับเครื่องเทศ
ขั้นตอนที่ 5:
วางปลาลงบนถาดอบ แล้วราดซอสลงบนทั้งสองด้าน ใช้มือคลุกเคล้าซอสให้ทั่ว
ขั้นตอนที่ 6:
คลุมถาดอบด้วยแผ่นฟิล์มถนอมอาหาร แล้วแช่ปลาทิ้งไว้ 30 นาที
ขั้นตอนที่ 7:
หั่นหัวหอมเป็นชิ้นบางๆ และหั่นมะเขือเทศเป็นครึ่งซีก
ขั้นตอนที่ 8:
ใส่ผักชีฝรั่งและผักชีลาวไว้ด้านในโครงปลา
ขั้นตอนที่ 9:
ปูแผ่นฟอยล์ลงบนถาดอบ แล้วพับขอบฟอยล์คลุมปลาเอาไว้
ขั้นตอนที่ 10:
วางหัวหอมลงบนก้นถาดอบ โดยให้คลุมทั่วทั้งก้นถาด
ขั้นตอนที่ 11:
วางชิ้นมะนาวไว้ด้านบนของหัวหอม
ขั้นตอนที่ 12:
วางปลาแซลมอนสีชมพูลงบนมะนาว แล้วจัดวางมะเขือเทศไว้รอบๆ ขอบปลา
ขั้นตอนที่ 13:
โรยเกลือและพริกไทยลงบนมะเขือเทศ
ขั้นตอนที่ 14:
หั่นเนยเป็นชิ้นๆ แล้ววางลงบนรอยบากบนตัวปลา
ขั้นตอนที่ 15:
ห่อปลาด้วยฟอยล์ให้แน่น แต่อย่าบีบแน่นเกินไป เพื่อให้ยังมีอากาศอยู่ภายในเพียงพอ
ขั้นตอนที่ 16:
นำเข้าอบในเตาอบเป็นเวลา 30 นาที ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส
เคล็ดลับการทำอาหาร
ปลาแซลมอนสีชมพูแช่เย็นเป็นที่นิยมมากกว่าปลาแซลมอนแช่แข็ง เพราะปลาแซลมอนแช่แข็งมักจะสูญเสียคุณสมบัติและสูญเสียความชุ่มชื้นเมื่อละลายน้ำแข็ง
เวลาขูดเกล็ดปลา ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหนังปลาค่อนข้างหนา แต่เนื้อข้างในอาจเละได้เมื่อลอกออก วิธีที่ดีที่สุดคือไม่ต้องขูดเกล็ดปลาเลย แล้วนำปลาไปอบทั้งเกล็ดจะดีกว่า
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ากลิ่นและรสชาติของปลาแซลมอนสีชมพูนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงนิยมใช้เครื่องเทศให้น้อยที่สุดในการปรุง
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคืออย่าปรุงปลาแซลมอนสีชมพูจนสุกเกินไปหรือแห้งเกินไป เพราะปลาชนิดนี้แทบไม่มีไขมันเลย
